ของขลัง

เครื่องรางของขลัง

เครื่องรางของขลัง แฝงอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยในสังคมดั้งเดิม ที่ยังหวาดกลัวภัยธรรมชาติ โรคภัยไข้เจ็บ โจรผู้ร้าย ศัตรู และศึกสงคราม จัดเป็นเรื่องที่ลึกลับ และกว้างขวางมาก เป็นความเชื่อโบราณ เก่าแก่ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ในต่างประเทศระดับสากลทั่วโลก ก็มีความเชื่อในเรื่องนี้ เพียงแต่แยกย่อยกันไปตามแต่ละท้องถิ่น ในบทความนี้ จะกล่าวถึงเครื่องรางของขลังในสังคมไทยเท่านั้น

รักยม

รักยม ของขลังให้โทษหรือให้คุณ

ฝากถึงผู้ที่เลี้ยงรักยมด้วยนะครับ หรือผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงบ้าง ผมเป็น 1 คนที่เลี้ยงแล้วคนในบ้านเดือดร้อน อาจจะเลี้ยงไม่เป็นมั้งครับ อันนี้ก็ไม่ทราบ แต่ขอเล่าเพื่อเป็นอุทาหรณ์เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านบ้าง ไม่มากก็น้อยครับ

เริ่มเลยนะครับ เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้ ผมไปค้าขายครับ พอดีอามาช่วยอาเพิ่งกลับจากต่างจังหวัด แกบอกว่า ได้เครื่องรางของขลังดีๆมา ผมก็ถามว่าอะไร แกก็โชว์ รักยม ให้ดูแล้วก็ไม่รู้ยังไง อาก็ให้ผมซะงั้น “บอกว่าอะเอาไปเลี้ยง เขาให้โชคทางค้าขาย จะได้ขายได้เยอะๆ” ก็ยังคิดถ้าดีแล้วอาจะให้ง่ายๆเลยเหรอ ก็ถามอาว่า “อาไม่เอาไว้เองอ่ะ” อาแกบอกว่า อาไม่ได้ค้าขาย ไม่ได้ต้องการทางเราเห็นว่าของฟรี ก็เลยรับไว้แต่หลังจากเอามาก็ขายของได้เยอะขึ้นนะครับ

ขายได้ 3 วันก็เดินทางกลับบ้าน ตอนนั้นมีหลานเล็กครับ เข้าบ้านไปหลานก็ชอบร้องดึกๆก็ร้อง ก็เลยบอกที่บ้านว่าได้รักยมมา ยายฟิล์มแกเป็นคนถือศีลเข้าวัดบ่อย แกก็บอกขึ้นมาว่า เอามาได้ไง เค้าห้ามเอาของพวกนี้เข้าบ้านนะ ผมก็บอกไม่เป็นไรมั้งยาย คงไม่มีไรหลอก ผมไม่เห็นเป็นไรเลย แถมขายของดีอีก ยายก็บอกอีกว่า มันก็ดีเฉพาะคนที่เลี้ยงแหละ ผมก็ฟังครับ แต่ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ ในใจไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีจริง ก็คิดแค่ว่าอาจจะเป็นของที่เอามาแล้ว จะเป็นเมตตามหานิยมอะไรทำนองนั้น ไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องร้าย ผมเอารักยมวางไว้ในพานบนหิ้งพระหนะ แต่ยายห้ามวางก็เลยเอาลง

หลานก็ร้องกวนบ่อยมากครับ ระหว่างที่เอารักยมมา ยายก็ไม่พอใจ แกไม่อยากให้ยุ่งกับของพวกนี้ ว่าแล้วเช้าอีกวันผมก็ไม่เห็นรักยม เลยถามน้อง น้องบอกว่าอยู่นอกบ้านตรงราวตากผ้าผมออกไปดู ยายเอารักยมไปใส่ในถุงพลาสติกครับ มัดด้วยยางอีกที แล้วก็ห้อยไว้ แกจะเอาไปให้คนอื่น แกเลยห้อยไว้ก่อน จากนั้นแค่ 1 วัน ยายเข้าโรงพยาบาลครับ เข้าไป 3 วัน แกบอกว่าแกเห็นเด็ก 2 คน มายืนที่เตียง และตอนอยู่บ้านแกก็บอกว่า เห็นเหมือนผีตัวยาวๆ นอนขวางประตูห้องแก ก็ถามผมว่าเอาไปทิ้งหรือยัง ฟิล์มบอกตามตรงนะครับ ตอนแรกไม่เชื่อว่าอะไรจะขนาดนั้น

แต่ทรมานใจครับ เห็นยายท่าไม่ดีเลย ไม่เชื่อนะครับ ว่าจะเกี่ยวกับรักยมหรือเปล่า แต่ในเวลานั้น ชีวิตคนที่เรารักอยู่บนเส้นด้าย คืนนั้นร้อนใจมากครับ กลัวยายแกจะเป็นไร นอนไม่หลับขอให้เช้าเร็วๆ พอเช้ารีบเลยครับ ไปวัดกับน้องกะว่าจะไปหาหลวงตาที่เป็นญาติกัน แต่พอดีเจอพระอีกรูป ท่านเมตตารับไว้เองครับ ผมก็ให้พระท่านไป จากนั้นนะครับ ไม่อยากจะเชื่อ ยายดีขึ้นมากเลยครับ อยู่โรงพยาบาลจากนั้นแค่คืนเดียว ก็กลับบ้านได้แล้ว และก็ไม่เห็นเด็ก 2 คน นั้นอีกเลย หลังจากนั้นก็ไม่เอาเลยครับ ถือว่าเป็นบุญ ที่รอดจากเหตุการณ์นั้นมาได้ และยายก็ปลอดภัย ก็ไม่ทราบว่าจะใช่หรือไม่ แต่หลังจากนั้นผมก็มีชีวิตปกติเหมือนเดิมครับ

น้ำมันพราย 

น้ำมันพราย ไสยศาสตร์ทำเสน่ห์ คนในสมัยโบราณ ต่างเชื่อในเรื่องการทำไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลัง หนึ่งในจำนวนของที่ทำให้เกิดเรื่องมากที่สุด นั้นก็คือ น้ำมันพราย

น้ำมันพราย ถือเป็นทั้งของสูงและของต่ำ แล้วแต่เจตนาในการปรุงแต่งไปใช้ อย่างเช่น ในพิธีชุบพระแสงดาบของกษัตริย์ เพื่อให้มีเดชาประกาสิต พวกอาจารย์ใหญ่ทางอยุธยา จะเขียนอักขระด้วยผงฝุ่นที่ทำพิธีปลุกเสก ลงบนพระแสงดาบ เผาจนเหล็กแดง แล้วนำไปชุบในน้ำมันผี ตัวอักขระจะนูนขึ้น แล้วนำไปล้างออกด้วยน้ำ ที่เกิดขึ้นเองในเศียรพระวัดตูม การจะเอาน้ำมันผี ก็คือ ผู้ทำจะจ้างวานสัปเหร่อแอบขุดผี ตามหลุมในป่าช้า ตัดหัวผีออกเอาไต้จุดไฟลนที่คางน้ำมันในสมอง จะไหลลงมาที่คางแล้วรองใส่ขวด แต่ถ้าจะทำเสน่ห์ต้องผีตายโหงเท่านั้น

น้ำมันพรายมี 2 ชนิด

ชนิดหนึ่งใช้ทำเสน่ห์ ในสมัยก่อนใช้เป็นเครื่องมือของพวกไอ้หนุ่มคลั่งรัก ที่ไม่มีทางที่จะได้หญิงนั้นมาครอบครอง อีกอย่างใช้ทำให้คนเป็นบ้า ชนิดที่ทำเสน่ห์ผสมน้ำมันจันน์มาก และเข้าพิธีคาถาอาคมทางไสยศาสตร์ครบครัน ส่วนทำให้เป็นบ้านั้น ใช้น้ำมันผีมากๆ ใช้น้ำมันหอมน้อย และไม่ได้ลงเลขยันต์อะไรเลย

น้ำมันพรายแท้จะมีพิษร้าย หมอเขาว่าถ้าจะเอาไปทาเนื้อใคร มันจะแทรกซึมเข้าขุมขน โดยเร็วแล้วเข้าเส้นโลหิต เส้นโลหิตนั้นต้องการโลหิตที่สะอาด ครั้นเมื่อน้ำมันพรายเข้าไปปะปน เลือดมันจะไม่บริสุทธิ แล้วคนคนนั้นจะมีอาการคุ้มคลั่ง คุมดีคุ้มร้ายตลอดไป นานเข้าอาจบ้าคลั่งจนถึงตาย คนที่จะใช้น้ำมันพรายจะต้อง จัดการป้องกันตัวก่อน โดยใช้ปูนกินกับหมาก ละลายน้ำทามือ ทาแขน เพื่อปิดรูขุมขนก่อน จึงจะปลอดภัย ในปัจจุบันสังคมเจริญทางด้านวัตถุ ความมักได้ในกามทวีกำลังมากขึ้น ความเชื่อในเรื่องการทำน้ำมันพรายที่ซุกอยู่ในซอกหลืบของความเจริญ อาจกลับมาเป็นวิธีทางเลือกของไอ้หนุ่มคลั่งรักในปัจจุบัน

กุมารทอง

กุมารทองประวัติและประเภท

เป็นเครื่องรางของขลัง ที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล เป็นที่นับถือคุ้นเคยของคนรุ่นปู่ย่าแม้กระทั่งทุกวันนี้ ความเชื่อในเรื่องกุมารทองนั้น ก็ยังคงเป็นที่นิยมกันอยู่ โดยจะเห็นได้จากการที่ร้านค้า หรือผู้ประกอบกิจการต่างๆ มักจะมีหุ่นกุมารทองตั้งไว้บูชา ด้วยความเชื่อที่ว่ากุมารทอง จะสามารถเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน หรือให้โชคลาภแก่ผู้เลี้ยง

ตำนานกุมารทอง 

จากวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ได้กล่าวถึง กำเนิดของกุมารทองไว้ตอนหนึ่งว่า ขุนแผนจับได้ว่า นางบัวคลี่เมียของตนคิดวางยาพิษ เพื่อจะฆ่าตนจึงได้ลงมือฆ่านางบัวคลี่ แล้วจึงผ่าท้องของนาง เพื่อเอาบุตรชายภายในท้องนั้น มาทำเป็นกุมารทอง โดยทำพิธีย่างศพเด็ก และปิดทองคำเปลว จนกระทั่งกลายเป็นผีกุมารทอง แล้วใส่ห่อผ้าไว้

กุมารทองจัดได้ว่าสำคัญกับขุนแผนมาก เพราะกุมารทองนั้น ก็เป็นบุตรคนหนึ่งของขุนแผน เช่นเดียวกัน เหตุที่กุมารทองถูกจัดให้เป็นของวิเศษอย่างหนึ่งนั้น สันนิษฐานได้ว่า ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยขุนแผน ซึ่งอยู่ในยุคกรุงศรีอยุธยา และได้รับสืบทอดมาจน ถึงยุคปัจจุบันนี้ แต่การสร้างกุมารทองนั้น ไม่สามารถทำแบบขุนแผนได้ เนื่องจากผิดทั้งกฎหมาย และศีลธรรม

กุมารทองนั้นมี 2 ประเภทคือ

กุมารทองที่มีฤทธิ์ทางด้านทำร้ายศัตรู และ อีกประเภทคือด้านเมตตามหานิยม

กุมารทองประเภทแรก จะมีความดุร้ายอยู่มาก มักใช้ไว้สังหาร หรือทำร้ายศัตรูเฝ้าบ้านเรือนด้วยการฆ่าคนที่มาบุกรุกบ้าน กุมารทองจำพวกนี้ ยังคงนิยมอยู่ในเฉพาะนักไสยเวทย์มนต์ดำที่เก่งกล้าแถบเขมร

กุมารทองประเภทสอง มีไว้เฝ้าบ้าน เรียกลูกค้า เป็นเมตตามหานิยม ไม่มีชื่อเรียกโดยเฉพาะโดยทั่วไปนั้น ผู้บูชาจะตั้งชื่อเอง โดยจะตั้งชื่อที่เป็นมงคล เรียกทรัพย์ต่างๆ กุมารทองชนิดนี้จะไม่มีความดุร้าย สามารถเลี้ยงกันได้ทุกคนไม่มีอันตราย เหมือนอย่างกุมารทองชนิดข้างต้นกุมารทองทางเมตตานี้ จะมีความศักดิ์สิทธิ์ในด้านของการเฝ้าบ้าน เรียกลูกค้า

ติดตามเรื่องผีอื่น ๆ ได้ที่ ghostsilane , สนับสนุนโดย slotxo