4 เรื่อง ตำนานหลอน มหาวิทยาลัยในไทย

4 เรื่อง ตำนานหลอน มหาวิทยาลัยในไทย เรื่องหลอน เรื่องผี เป็นสิ่งที่คู่กับคนไทยมานาน เพราะมีการเล่าต่อกันมาเรื่อยๆ ปรุงแต่งกันไปบ้างเพื่ออรถถรสในการรับฟัง ประสบการณ์เรื่องผีในช่วงมหาวิทยาลัยก็เช่นกัน

ที่เป็นอีกเรื่องที่ทุกคนนั้นให้ความสนใจกัน เพราะก่อนเข้าไปเรียน หรือเมื่อเข้าไปเรียนแล้วต้องมีรุ่นพี่ หรือเพื่อนๆ คอยบอกว่า “มีคนเล่ามาว่า” แค่นี้ก็ทำเอาขนลุกแล้ว เราไปดูกันว่าเรื่องสยองขวัญ 4 เรื่อง ตำนานหลอน มหาวิทยาลัยในไทย จะเป็นยังไงบ้าง

4 เรื่อง ตำนานหลอน มหาวิทยาลัยในไทย

1. ลิฟต์แดง มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์

ลิฟต์แดง มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์

โศกนาฏกรรมของประวัติศาสตร์ไทย ว่ากันว่าตอนเช้าของวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 (วันฆ่านกพิราบ) กลุ่มนักศึกษากำลังชุมนุม ยื่นข้อเรียกร้องทางการเมือง หลังจากนั้นทหารได้เข้ามาบุกที่ท่าพระจันทร์ เหล่านักศึกษาหลบหนีเข้าไปในลิฟท์ตัวหนึ่งในตึกคณะศิลปะศาสตร์ พอลิฟท์เปิดเหล่าทหารก็กระหน่ำยิ่งนักศึกษาทุกคนจนเสียชีวิตหมด

ก่อให้เกิดเลือดสาดกระจายทั่วลิฟท์จนเป็นสีแดง หลังจากนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้ทำความสะอาดกันทุกพื้นที่รวมถึงลิฟท์แดงนี้ด้วย แต่ทำความสะอาดอย่างไรคราบเลือดก็ยังติดอยู่ จึงได้ทำการทำสีลิฟท์นี้ใหม่ให้กลายเป็นสีแดงทั้งหมด

2. เรือนนางสนม มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

เรือนนางสนม มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

เชื่อกันว่ามหาวิทยาลัยใดที่มีที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเขตวังเก่า หรือเคยเป็นวังมาก่อน ก็จะมีเรื่องราวกล่าวขานมานาน และยิ่งทวีความหลอนเข้าไปอีก เพราะแสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่และความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนั้น

รวมถึงมหาวิทยาลัยศิลปากร เขตพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่เดิมของอาณาบริเวณเขตพระราชฐานพระราชวังสนามจันทร์ เป็นพระราชวังฤดูร้อนในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และยังเป็นอีกสถานที่ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าผีดุเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

เด็กศิลปากรเองคงรู้ความเป็นมาของเรื่องเล่านี้ดี เพราะไม่ว่ารุ่นไหนก็ไม่พลาดที่จะเล่าสู่ให้รุ่นน้องฟังแน่ๆ สำหรับเรื่องเล่า “เรือนนางสนม” ซึ่งอยู่ด้านหลังคณะวิทยาศาสตร์ เป็นเรือนไม้สถาปัตยกรรมยุคเก่า ยกใต้ถุนขึ้นสูงมีอายุเก่าแก่มาก น่าจะมีความเก่าแก่ในช่วงสมัย ร.5 และมีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาเยอะมากว่า กลางดึกหากนักศึกษาคนไหนปั่นจักรยานผ่านเรือนไม้ดังกล่าวก็จะเห็นผู้หญิงแต่งชุดไทยมีเล็บยาวปรากฏตัวให้เห็น

บ้างก็เล่าว่าปั่นๆ จักรยานไปจะรู้สึกว่ารถหนักขึ้น หันหลังไปจะเห็นมีผู้หญิงชุดไทยไม่มีหน้านั่งซ้อนหลังอยู่ แถมไม่นั่งอย่างเดียว เอาเล็บยาวเฟื้อยลากพื้นไปด้วยอีกต่างหาก และเหตุผลที่เรือนนางสนมหลังนี้ปัจจุบันต้องปิดหน้าต่างไปในที่สุดก็เพราะว่า คนที่ผ่านไปผ่านมามักจะเห็นผู้หญิงรำฟ้อนอยู่ในตัวเรือนไทยผ่านช่องหน้าต่างไม้ของเรือนหลังนั้นนั่นเอง

3. ครูฮอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ครูฮอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

เมื่อลองดูประวัติคร่าวๆ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาแล้ว เรื่องความเฮี้ยนต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะก่อนจะก่อตั้งเป็นมหาวิทยาลัยนั้น เดิมเคยเป็นวังเก่าของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ซึ่งเป็นพระอัครมเหสีพระองค์แรกของรัชกาลที่ 5 เด็กนักศึกษาที่นี่ส่วนมากจึงเรียกตัวเองว่า “ลูกพระนาง” และด้วยความเป็นสถานที่เก่าแก่ มีระยะเวลาเนิ่นนาน จึงไม่น่าแปลก ถ้าจะมีเรื่องราวชวนให้นึกคิดเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นอยู่เสมอ

แม้กระทั่งชั้น 4 ตึกศิลปกรรม เป็นชั้นของศิลปะการแสดง ประกอบไปด้วยนาฏศิลป์ไทยกับการละครไทย ว่ากันว่า “ครูฮอน” คือศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ เรียนเอกนาฎศิลป์ ด้วยความที่รักและผูกพัน ครูฮอนจึงกลับมาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาอีกครั้ง และได้เสียชีวิตไปด้วยโรคปอดติดเชื้อ

จึงมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า เมื่อราวๆ 4 ทุ่ม มียามสองคนได้ขึ้นลิฟต์มาชั้น 4 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยและไล่เด็กนักศึกษากลับบ้าน เมื่อมาถึงชั้น 4 ลิฟต์ก็เปิดออก ยามทั้งสองคนก็เห็นเงาคนลางๆยืนอยู่ที่สุดฝั่งทางเดินอีกฝั่ง พี่ยามก็ตะโกนบอก “ทำไมยังไม่กลับบ้าน ตึกปิดแล้วครับ” คนที่ยืนอีกฝั่งก็ไม่ตอบอะไร ยามทั้งสองคนจึงโมโหเลยเดินเข้าไปหา พอใกล้จะถึงก็ส่องไฟฉายเข้าใส่

พบเป็นผู้ชายยืนอยู่ปกติ ภาพที่เห็นดูจะไม่ผิดแปลกอะไร ไม่มีเลือดไม่มีอะไร แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าชายคนนั้นไม่มีท่อนล่าง ตั้งแต่เอวลงไปไม่มีอะไรเลย และที่ยิ่งน่าสะพรึงเข้าไปอีกคือ ชายคนนั้นจู่ๆ ก็ฟ้อนรำ ทำเอาคนที่พบเห็นตกใจแทบจะหนีไม่ทัน ซึ่งวิญญาณชายฟ้อนรำที่เห็น คาดกันว่าน่าจะเป็นครูฮอนที่กลับมาเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัยของตนนั่นเอง

4. ด้ายแดง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ( มอ.หาดใหญ่ )

ด้ายแดง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ( มอ.หาดใหญ่ )

เรื่องราวของมหาวิทยาลัยแห่งนี้น่าสนใจทีเดียว เพราะ มอ.หาดใหญ่ ไม่เพียงแต่เป็นมหาวิทยาลัยเท่านั้น ยังเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้อีกด้วย ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นโรงพยาบาลก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีเรื่องชวนขนหัวลุกเกิดขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องเล่า “ด้ายแดง”

ที่ตึก MNL เป็นตึกสำหรับวิชากายวิภาคศาสตร์ หรือพูดง่ายๆ คือเป็นตึกที่ใช้เก็บรักษาร่างของอาจารย์ใหญ่นั่นเอง และได้มีนักศึกษาปี 1 ได้มาเรียนที่ตึกแห่งนี้เป็นวันแรก จึงไปถามยามว่าลิฟต์อยู่ทางไหน ยามคนนั้นก็บอกทางไปตามปกติ ก่อนจากกันนักศึกษาก็ได้สังเกตเห็นว่าที่ข้อมือของยามคนดังกล่าวมีด้ายสีแดงผูกอยู่

เป้าหมายของนักศึกษาคนนี้อยู่ที่ชั้น 5 ก็กดลิฟต์เปิดเข้าไป กดชั้น 5 แต่ลิฟต์กลับไปเปิดที่ชั้น 2 (ชั้น 2 จะเป็นชั้นที่ใช้เก็บร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งตอนนั้นน้องคนนี้ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่รู้เรื่อง มาเสียวแทบช็อกเอาตอนรู้ทีหลัง ว่าทำไมลิฟต์ถึงได้จอดชั้นนั้น) หลังจากเรียนเสร็จน้องนักศึกษาก็ไม่เคยเจอยามคนนั้นอีกเลยไม่ว่าจะกลับไปเรียนที่ตึกอีกกี่ครั้ง

และต้องถึงกับช็อกเมื่อได้มารู้ความจริงว่าตึก MNL ไม่เคยมียามประจำการอยู่เลย และแท้จริงแล้ว ยามที่มีด้ายแดงผูกอยู่ที่ข้อมือนั้นคืออาจารย์ใหญ่ เพราะการผูกด้ายสีแดงที่ข้อมือ คนเป็นจะไม่ผูกกัน ด้ายแดงจะใช้สำหรับผูกข้อมืออาจารย์ใหญ่เท่านั้น

อ่านไปก็ขนลุกไป กับเรื่องราวหลอนทั้ง 4 เรื่อง 4 มหาวิทยาลัย ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่จะเล่าต่อกันฟัง เพราะการฟังเรื่องราวหลอนๆ ก่อนนอน ทำให้เรารีบอยากนอนมากขึ้นเพราะกลัว ใครที่มีเรื่องราวหลอนจะเล่าสู่กันฟัง มาแชร์กันได้นะ

หลังจากที่อ่านเรื่องหลอนไปแล้ว ก็ต้องมาหาอะไรทำให้หายกลัวหน่อย โดยการเล่นเกม WEREWOLF หรือใครชอบออกกำลังกายก็ต้องมาอ่าน 7 ท่าออกกำลังกายสร้างสุขภาพ สำหรับมือใหม่