รวมตำนานผีญี่ปุ่น สุดหลอน

เรื่องของความเชื่อ และตำนาน เกิดขึ้นอยู่ทั่วโลก รวมถึงที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย เช่นกัน โดย วันนี้เราได้รวบรวมเอา ตำนานผีญี่ปุ่น ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเฮี้ยน หลอนสุดๆ มาให้ได้อ่านกันค่ะ

ความเชื่อเรื่องผีในญี่ปุ่น มีรากฐานมาจากลัทธิชินโต ซึ่งบอกว่าวิญญาณของมนุษย์ จะต้องไปอยู่ในโลกหนึ่งชั่วนิรันดร์ แต่ระหว่างโลกนี้กับโลกหน้านั้น ยังมีอีกโลกหนึ่งกั้นกลาง ซึ่งวิญญาณสามารถ ย้อนกลับมาหาคนเป็นได้ ไม่แปลกที่จะมีเรื่องเล่าถึงสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติอยู่มากมาย อีกทั้งนับตั้งแต่โบราณ ชาวญี่ปุ่นยังมีการละเล่นหนึ่งในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งก็คือ ตำนานร้อยเรื่องเล่า (Hyakumonogatari Kaidankai) ที่ผู้เล่นจะจุดเทียนร้อยเล่มในห้องมืด แต่ละคนนั่งล้อมรอบเป็นวงกลมผลัดเล่าเรื่องสยองขวัญ เมื่อเล่าจบหนึ่งเรื่องก็ให้ดับเทียนลงเล่มหนึ่ง โดยเชื่อว่ายามที่เรื่องสยองขวัญเรื่องที่ร้อยจบลง เทียนเล่มสุดท้ายดับลง ภูติผีวิญญาณก็จะปรากฏตัวขึ้น

ฮิโตบาชิระ

1. ฮิโตบาชิระ ตำนานเสาหลักเมืองของญี่ปุ่น

ฮิโตบาชิระ เป็นชื่อเรียกของพิธีบูชายัญที่ใช้มนุษย์ทั้งเป็น ฝังไว้ใต้หรือใกล้อาคารใหญ่ ตามเขื่อน, สะพาน และปราสาทในยุคก่อน เพื่อเป็นคำอธิษฐานต่อเทพเจ้าให้การก่อสร้างสำเร็จลุล่วง และไม่ให้อาคารโดนทำลายจากธรรมชาติหรือการโจมตีของศัตรู 

โดย ตำนานเสามนุษย์ที่ขึ้นชื่อที่สุด ก็คือ ที่ ปราสาทมารุโอกะ จังหวัดฟุคุอิ หนึ่งในปราสาทไม้ที่เก่าแก่ และสวยงามที่สุดของญี่ปุ่น แต่ก่อนการก่อสร้างนั้นลำบากมาก ไม่ว่าจะพยายามสร้างกี่ครั้งเสาหินก็จะถล่มลงมาเสมอ แม่ม่ายนามว่า โอชิซึ จึงถูกนำตัวมาเป็นเครื่องสังเวย โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือให้ลูกชายของโอชิซึจะได้เข้ามาเป็นซามูไรรับใช้ในปราสาท เธอถูกฝังทั้งเป็นใต้เสาหลัก และหลังจากนั้นการก่อสร้างปราสาทก็เป็นไปอย่างราบรื่น

เทเคะเทเคะ

2. เทเคะเทเคะ ผีครึ่งท่อน ตำนานผีญี่ปุ่น

เทเคะเทเคะ เป็นการจำลองเสียง ครืด ครืด คล้ายมีสิ่งของถูกลากไปมา เพียงแต่สิ่งของที่ว่านั้นคือ “ร่างกายครึ่งบน” ของมนุษย์นั่นเอง โดย เทเคะเทเคะนั้น เกิดจากหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกทำร้าย และข่มขืน เธอตัดสินใจกระโดดฆ่าตัวตายลงบนทางรถไฟ ร่างของเธอถูกรถไฟทับจนขาดครึ่งท่อน แต่ด้วยความหนาวเย็นของอากาศในตอนนั้นทำให้เธอไม่ตายในทันที และต้องทรมานอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะขาดใจตาย กลายเป็นวิญญาณอาฆาตที่จะฆ่าทุกคนที่โชคร้ายไปเจอเธอเข้า โดยจะตัดร่างของเหยื่อเป็นสองท่อน และเอาร่างท่อนล่างไป

Kuchisake Onna

3. Kuchisake Onna ผีสาวปากฉีก

เรื่องราวของผีสา่วปากฉีก เป็นตำนานยอดฮิต ที่มีการเล่าเกี่ยวกับผีตนนี้กัน ออกมาหลายรูปแบบมาก แต่แบบที่เล่ากันมากที่สุด เล่ากันว่า มีหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ว่ากันว่า สวยมากๆ ถูกสามีของเธอใช้ดาบตัดปากไปจนถึงหู เพราะคิดว่าเธอนั้นเป็นชู้กับชายอื่น คำพูดสุดท้ายที่เธอได้ยินคือคำพูดของสามีเธอที่ว่า “ตอนนี้ใครจะคิดว่าเธอสวยบ้างล่ะ” ด้วยความแค้น เธอจึงไม่สามารถไปเกิดใหม่ และกลายเป็นวิญญาณอาฆาตในที่สุด

 เธอจะปรากฏกายโดยสวมผ้าปิดปากไว้ ใครเดินผ่านมาจะเข้าไปทัก แล้วถามว่า “ฉันสวยไหม” ถ้าตอบกลับไปว่าสวย แล้วสาวปากฉีกจะถอดผ้าปิดปากออก แล้วถามอีกครั้งว่า “แล้วแบบนี้ละ” ถ้าเหยื่อตกใจแล้วพยายามวิ่งหนี สาวปากฉีกจะวิ่งไล่ และตัดให้ปากฉีกเหมือนเธอ หากตอบว่าไม่สวยเธอก็จะวิ่งไล่ และเล่นงาน แต่หากตอบว่า “ก็ดูปกติดี” “ก็สวยดี” สาวปากฉีกจะพอใจ แล้วจากไปแต่โดยดี ซึ่งในช่วงแรกที่เรื่องนี้ถูกเล่าขานกัน ก็ทำให้เด็กๆในญี่ปุ่นไม่กล้าออกจากบ้านคนเดียวกันพักใหญ่เลย

โอคิคุซัง (ผีนับจาน)

4. โอคิคุซัง (ผีนับจาน) ปราสาทฮิเมจิ

อีกหนึ่งปราสาทที่ ขึ้นชื่อว่าสวยงาม และโด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น ปราสาทฮิเมจิ เองก็มีเรื่องเล่าอยู่เช่นกัน ถึงเรื่องราวการปรากฏตัวของวิญญาณผีสาวข้างบ่อน้ำ แล้วออกเสียงนับจานอย่างช้าๆ กระทั่งนับถึงใบที่ 9 เธอจะเริ่มร้องไห้ ส่งเสียงโหยหวนชวนขนหัวลุก

ตำนานเล่าว่า โอคิคุเป็นสาวใช้ของซามูไรนามว่า อาโอยามา เท็ตซัน เขาตกหลุมรักเธอจึงได้วางแผนหลอกด้วยการนำชุดเครื่องจานราคาแพงจากดัตช์ มามอบให้เป็นหน้าที่ของโอคิคุคอยดูแล วันหนึ่งเขาจึงนำจานหนึ่งใบไปซ่อน แล้วสั่งสาวใช้ให้นำชามทั้ง 10 ใบมาให้ เมื่อโอคิคุไม่สามารถหาได้ครบ เธอจึงหวาดกลัวว่าจะถูกลงโทษ เท็ตซันจึงยื่นข้อเสนอจะยกโทษให้หากเธอยอมเป็นภรรยาน้อยของเขา โอคิคุไม่ยอม และเลือกที่จะรักษาเกียรติของตนด้วยการกระโดดลงบ่อน้ำ จบชีวิตของตนลงในที่สุด

โอคิคุ ( OKiku )

5. โอคิคุ ( OKiku ) ตุ๊กตาผีผมยาว ตำนานผีญี่ปุ่น

เด็กสาวแทบจะทุกคน คงจะชอบตุ๊กตา เด็กผู้หญิง ผมยาวสลวย หน้าตาน่ารัก เป็นแน่ และคงจะชอบตุ๊กตาจากวัดมันเนน ที่ชื่อว่า โอคิคุ แน่ๆ วัดนี้อยู่ที่หมู่บ้านคุริซาว่า จังหวัดฮอกไกโด แต่เดิมนั้นเจ้าของตุ๊กตาชื่อว่า “โอคิคุ” เธอชอบเล่นกับตุ๊กตาตัวนี้ และเธอก็รักมันมาก หลังจากเธอล้มป่วย และเสียชีวิตลง ในปีที่ไทโชที่ 8 ด้วยวัยเพียง 3 ขวบเท่านั้น พ่อและแม่ของเธอ ได้นำตุ๊กตาตัวนี้ไปไว้กับป้ายวิญญาณ เพื่อเป็นเพื่อนเล่น แต่สิ่งที่ประหลาด คือตุ๊กตากลับมีผมยาวออกมาเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการพิสูจน์อะไรต่อ ว่าผมนั้นยาวขึ้นมาได้อย่างไร

ฮานาโกะซัง

6. ฮานาโกะซัง ผีเด็กสาวในห้องน้ำ

ตำนานผีฮานาโกะ วิญญาณเด็กสาวที่สิงสถิตอยู่ตามห้องน้ำ โดย เล่ากันว่า หากเคาะประตูห้องน้ำที่ชั้นสาม เคาะสามครั้งแล้วถามว่า “ฮานาโกะซังอยู่ไหม” หากมีเสียงตอบว่า “ไฮ่” ประตูก็จะเปิดออก และมีเด็กผู้หญิงใส่กระโปรงสีแดงลากตัวเราไป สถานที่จะพบเจอได้ต้องเป็นห้องน้ำเด็กผู้หญิงเวลาหลังเลิกเรียน ฮานาโกะนั้นเป็นเรื่องผีที่อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในในแต่ละโรงเรียนด้วย น่าจะเพื่ออัพเดทให้มีความน่ากลัวเข้ากับที่ตรงนั้นนั่นเอง ส่วนความเป็นมาของฮานาโกะนั้น เชื่อกันว่าเธอเป็นเด็กที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลก ขณะที่มีเครื่องบินมาทิ้งระเบิด เธอได้หนีเข้าไปหลบในห้องน้ำ ผลก็คือเปลวเพลิงจากระเบิดครอกตายทั้งเป็น นั่นจึงทำให้ดวงวิญญาณของเธอต้องคอยเร่ร่อนไปมาในห้องน้ำ

โทมิโนะ บทกวีแห่งความตาย

7. โทมิโนะ บทกวีแห่งความตาย

ตำนานเมืองเก่าแก่ของญี่ปุ่น โทมิโนะ เล่ากันว่ามันเป็นบทกวีที่หากอ่านออกเสียง หรือท่องออกมาดังๆ ล่ะก็จะเกิดการล้มป่วย อุบัติเหตุ หรืออย่างร้ายสุดคือตายไปเลย บทกวีแห่งความตายนี้เล่าเรื่องของโทมิโนะ ที่ตายด้วยความโดเดี่ยว และทุกข์ทรมานจนตกนรก ใครอยากลองฟังเข้าไปได้ ที่นี่ แต่ไม่ต้องกลัว เราจะไม่เป็นอะไรเพราะแค่ฟังเฉยๆ ไม่ได้ออกเสียง เพียงแต่มันน่าขนลุกมากเกินไปเท่านั้นเอง

คาชิมะ เรโกะ

8. คาชิมะ เรโกะ ตำนานผีญี่ปุ่น

เรื่องเล่าที่เกิดจากการผสมตำนานเมือง 2 เรื่องเข้าด้วยกันอีกที นั่นคือเรื่องเทเคะเทเคะ และฮานาโกะซัง เพราะเธอถูกทำร้ายทิ้งให้ตายท่ามกลางความหนาวเหน็บ และถูกรถไฟทับจนร่างขาดครึ่ง แต่แทนที่จะร่อนเร่อยู่ใกล้ทางรถไฟ เธอกลับไปสิงอยู่ตามห้องน้ำสาธารณะแทน

เธอจะถามคำถามคุณ และถ้าคุณตอบไม่ถูก เธอจะตัดร่างของคุณเป็นสองส่วน โดย คำถามทั้งสามมีอยู่ว่า
“ขาของฉันอยู่ที่ไหน” คำตอบก็คือ “บนรางรถไฟเมชิน”
จากนั้น เธอจะถามต่อว่า “ไปได้ยินมาจากไหน” ให้ตอบว่า “คาชิมะ เรโกะบอกมา”


บางครั้งคำถามอาจจะเปลี่ยนไปในแต่ล่ะพื้นที่เช่น มีเรื่องเล่าว่าเธอจะถามคุณว่า “รู้ชื่อฉันไหม” ในกรณีนี้ห้ามพูดชื่อเธอเด็ดขาด แต่ให้ตอบไปว่า “ปีศาจหน้ากากแห่งความตาย” คา มาจาก คาเมนแปลว่าหน้ากาก ชิ มาจาก ชินิน แปลว่า คนตาย และ มะ มาจาก มา ที่แปลว่า ปีศาจ ตอบตามนี้ แล้วคุณจะรอด

ฮิโตริ คาคุเรนโบะ

9. ฮิโตริ คาคุเรนโบะ ตำนานเล่นซ่อนหา…คนเดียว

อยากเล่นซ่อนหา แต่ไม่มีเพื่อเล่น ที่ญี่ปุ่นมีวิธีเล่นซ่อนหา คนเดียว… นี่เป็นตำนานเมืองที่ค่อนข้างอันตราย เพราะของเดิมพันในเกมนี้มันคือ…ชีวิต นั่นเอง โดยมีอุปกรณ์ในการเล่น เพียงตุ๊กตายัดนุ่น 1 ตัว ข้าวสาร และน้ำเกลือ 1 แก้วเท่านั้น
โดยวิธีการเล่นก็มีดังนี้ค่ะ
* ตัดท้องของตุ๊กตาแล้วเอานุ่นข้างในออก จากนั้นก็ใส่ข้าวสาร และตัดเล็บของคุณใส่ลงไป เย็บตุ๊กตาด้วยด้ายสีแดง แล้วก็พันตุ๊กตาด้วยด้ายที่เหลือ
* เติมน้ำในอ่างอาบน้ำให้เต็ม
* วางแก้วใส่น้ำเกลือไว้ในที่ที่คุณซ่อน ตั้งชื่อให้ตุ๊กตา
* พอตีสาม ให้เข้าไปในห้องน้ำ หยิบตุ๊กตาขึ้นมาแล้วพูดว่า “(ชื่อคุณ) จะเป็น(คนหา)ก่อนนะ”
* วางตุ๊กตาไว้ในอ่าง หยิบมีดมาถือแล้วก็เดินไปรอบบ้าน ปิดไฟให้หมดแล้วก็เปิดทีวีช่องที่เป็นคลื่นๆ ทิ้งไว้ (สมัยนี้ยังหาได้อยู่ไหม?)
* ไปยังที่ที่จะซ่อน หลับตาแล้วนับหนึ่งถึงสิบ
* กลับมาที่ห้องน้ำ พูดว่า “เจอแล้ว (ชื่อตุ๊กตา)” แล้วก็เสียบตุ๊กตาด้วยมีด พูดว่า “ตา (ชื่อตุ๊กตา) เป็นแล้ว” สามครั้ง แล้วก็วางมีดไว้ที่นั่น ก่อนจะกลับไปซ่อน

ว่ากันว่าตุ๊กตาจะออกมาตามหาคุณ โดยคุณจะได้ยินเสียงคลื่นทีวีเวลาตุ๊กตาเข้ามาใกล้ ได้กลิ่นเหม็น หรือว่าได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเดินไปเดินมา แต่ถ้าทนไม่ไหว และอยากรีบจบเกม ให้อมน้ำเกลือไปพ่นใส่ตุ๊กตา (ถ้ามันไม่อยู่ในห้องน้ำที่เดิม อันนี้ก็ต้องเดินตามหาเอง) แล้วก็พูดว่า “ฉันชนะแล้ว” สามครั้ง (เป็นการบอกตุ๊กตาให้รู้ว่า จบเกมแล้วนะ) ตัดด้ายแดงออก แล้วก็เอาตุ๊กตาไปเผาไฟ  ทั้งหมดนี้ ถ้าคุณถูกพบก่อนจะจบเกมล่ะก็…คุณจะโดนอย่างที่ทำไว้ในข้อ 7 ครับ ว่ากันว่าเด็กส่วนมากพอได้ลองเล่นแล้วก็มักจะกลัวจนไม่กล้าจบเกมก่อนเสมอ มักจะหลบในที่ซ่อนจนกว่าจะเช้านั่นเอง

สะพานฆ่าตัวตาย

10. ยางิยาม่า สะพานฆ่าตัวตาย ตำนานผีญี่ปุ่น

สะพานข้ามแม่น้ำ ที่เชื่อมระหว่างเขตไทฮาคุ และเขตอาโอบะ เมืองเซนได จังหวัดมิยากิ ที่มีชื่อว่า สะพานยางิยาม่า ที่แม้บนสะพานจะก่อกำแพงสูงถึง 2 เมตร ซ้อนกัน 2 ชั้นก็ตาม ยังไม่สามารถหยุดผู้คนที่ตั้งใจจะมาฆ่าตัวตายที่นี่ได้ ทั้งที่สะพานนี้นับได้ว่าเป็นหนึ่งในสะพานที่มีรั้วกั้นสูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วย

เรื่องเล่าที่เป็นตำนาน ให้ได้เล่าต่อๆกันมา เกี่ยวกับสะพานแห่งนี้คือ กลุ่มเพื่อนนักเรียนชั้นม.ปลาย ที่ชักชวนกันไปล่าท้าผีที่นี่ ตอนแรกก็ไปกันทั้งหมด 5 คน ขับรถมอเตอร์ไซต์ไปด้วยกัน วนอยู่สองรอบก็ไม่เจออะไรเลยตัดสินใจกลับบ้าน รุ่งเช้าเพื่อนในกลุ่ม 1 คนกลับไม่ได้ไปโรงเรียน ผ่านไปอีกหลายวันก็ยังไม่เจอตัว จนทั้ง 4 คนที่เหลือตัดสินใจขับรถกลับไปดูที่สะพานยางิยาม่าอีกครั้ง โดยนำกล้องวิดีโอติดไปถ่ายด้วย เสร็จแล้วก็กลับมาเปิดดูกันที่บ้าน พบว่าตรงริมสะพานนั้นกลับเห็นวิญญาณคนมากมายยืนเต็มไปหมด ทั้งที่ตอนขับวนไม่เจออะไรเลย โดยเพื่อนของพวกเขาที่หายตัวไปก็เป็นหนึ่งในกลุ่มวิญญาณนั้นด้วย…

อากะ มันโตะ

11. อากะ มันโตะ (Aka Manto) ผีเสื้อคลุมแดง

ตำนานผีในห้องน้ำอีกเรื่อง ที่เป็นได้ทั้งห้องน้ำสาธารณะ หรือห้องน้ำโรงเรียน โดยจะมีเสียงลึกลับถามเราว่าต้องการกระดาษสีแดง หรือกระดาษสีฟ้า? ถ้าตอบว่ากระดาษสีแดง คุณจะถูกหั่นออกจากกันจนเสื้อผ้าของคุณถูกย้อมเป็นสีแดง แต่ถ้าตอบว่า เลือกกระดาษสีฟ้าคุณจะถูกรัดคอจนผิวหนังของคุณเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน

ดังนั้นทางรอดก็คือตอบไม่เอาทั้งสองอย่างนั่นเอง แต่ส่วนมากหลายคนมักตอบกระดาษสีใดสีหนึ่งเนื่องจากเป็นคำถามกระทันหันทำให้หลายคนตอบอย่างไม่รู้ตัว ตัวที่มาของเสียงนั้นกล่าวกันว่าเป็นมนุษย์ที่อยู่ในเสื้อคลุมสีแดง ซึ่งไม่ทราบเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเพราะสวมหน้ากากมิดชิด แต่ตำนานที่เชื่อกันคือเป็นผู้หญิงสาวสวยที่กลายเป็นวิญญาณหลอน

อะโอกิงะฮะระ

12. อะโอกิงะฮะระ (Aokigahara) ป่าฆ่าตัวตาย

นับตั้งแต่ ค.ศ. 1950 เป็นต้นมา พบศพผู้เสียชีวิตในป่าแห่งนี้มากกว่า 500 คน เฉลี่ยแล้วมีผู้ฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้ถึงปีละประมาณ 30 ราย โดยสาเหตุที่ผู้คนนิยมมาฆ่าตัวตายที่นี่ เป็นเพราะสามารถปลิดชีวิตตนเองได้โดยเงียบสงบ ไม่มีใครขัดขวาง และไม่เดือดร้อนใครอีกด้วย โดยป่าแห่งนี้ทอดตัวอยู่บริเวณเชิงภูเขาฟูจิทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ปัจจุบัน รัฐบาลท้องถิ่นพยายามมที่จะลดจำนวนคนที่เข้ามาฆ่าตัวตายในป่า ทั้งการจัดหาอาสาสมัครคอยดูแลทั่วบริเวณ ทั้งปักป้ายเชิญชวนให้ฉุกใจคิด พร้อม Hotline สายด่วนให้คำปรึกษา ก็ช่วยลดจำนวนได้บ้าง แต่ก็ยังมีผู้คนลักลอบเข้าไปจนได้ คนที่เคยเข้าไปเดินที่นี่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบรรยากาศในป่านั้นมันช่างชวนหลอน และหดหู่จนคนที่คิดสั้นอยู่แล้วยิ่งตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

 อุโมงค์ผีสิงคิโยทากิ

13. อุโมงค์ผีสิงคิโยทากิ 

อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นช่วงประมาณปี ค.ศ. 1929 บนที่ที่เคยเป็นทั้งสนามรบ และลานประหาร จึงไม่แปลกที่ อุโมงค์นี้จะ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลอนที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น แต่เรื่องราวที่ทำให้อุโมงค์นี้โด่งดังขึ้นมา ก็คือเรื่องหญิงสาวที่มาฆ่าตัวตายอยู่ใกล้ๆ นี้ ช่วงประมาณปี 1998 หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนพบวิญญาณผู้หญิงในนี้เรื่อยมา บ้างก็ได้ยินเสียงร้องไห้ บ้างก็เห็นเงาในกระจกหลังรถ ฯลฯ มีหลากหลายเรื่องเข้าก็เกิดเป็นตำนานเมืองขึ้นมา ว่าถ้าสัญญาณไฟเขียวหน้าอุโมงค์สว่างขึ้น อย่าเพิ่งรีบขับผ่านไป ปล่อยให้ผ่านไปอีกหนึ่งไฟแดงก่อน แล้วค่อยขับเมื่อไฟเขียวอีกครั้ง เชื่อกันว่าไฟเขียวแรกนั้นเป็นการเชื้อเชิญของดวงวิญญาณในอุโมงค์หลอกให้เราเข้าไปนั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ ตำนานผีญี่ปุ่น ที่ได้ยกมานำเสนอในวันนี้ หลอนได้เรื่องเลยทีเดียว ใครที่อยากจะลองไปพิสูจน์ความหลอน ก็ลองไปตามรอยกันได้ ไม่แน่ อาจจะได้มีโอกาสสัมผัสกับความหลอนขึ้นมาจริงๆ….

อ่านบทความเพิ่มเติม : Food business
อ่านบทความเพิ่มเติม : หาจากเงินเกม Hallow Win PG SLOT เกมผีๆ