หมอผี

ความเชื่อที่มาคู่กันกับเรื่องราว ของผีสางนางไม้ ที่เราคุ้นเคยกัน คือคนปราบผี หรือ หมอผี ที่ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีอาชีพหมอผี ทำงานกันเป็นล่ำเป็นสัน แต่ในต่างประเทศก็มีความเชื่อเรื่องนี่เช่นเดียวกัน แต่ต่างกันเพียงวิธีการปราบผี ของแต่ละที่ ซึ่งเราก็อาจจะได้เห็นกันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะจากละคร ภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งพิธีจริงๆ ซึ่งสื่อเหล่านี้ก็ได้แสดงให้เห็น ถึงเรื่องของความเชื่อ ในเรื่องไสยาศาสตร์ ผีสางต่างๆ มีอยู่ทุกมุมโลก วันนี้เราจึงจะมาทำความรู้จักกับความเป็นมา และเรื่องราวของหมอผีกันค่ะ

สังคมไทยยุคปัจจุบันมีบรรดาพ่อมด แม่มด และหมอผี ผุดขึ้นราวดอกเห็ดในช่วงต้นฤดูฝน บ้างอวดอ้างว่าติดต่อกับเทพเจ้าได้ บ้างก็อ้างว่าติดต่อสัมผัสได้กับวิญญาณบรรพบุรุษได้ บ้างก็อ้างว่าติดต่อกับวิญญาณ ภูตผี ปีศาจตามตำนานความเชื่อดั้งเดิม บ้างก็อ้างว่าเป็นร่างจุติของเทพเจ้า บ้างก็อ้างว่าเล่าเรียนทางโหราศาสตร์โบราณหรือวิธีการพิสดารโดยการใช้ไพ่ หรือ ใช้สัญลักษณ์ และบ้างก็อ้างว่าตนเองเป็นพระอรหันต์กลับชาติมาเกิด

ความเชื่อในผีสาง เป็นคติความสำคัญกับวิญาณ หรือสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ ในฐานะที่เป็นสิ่งมีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ คติความเชื่อดังกล่าวถือกำเนิดขึ้นมาก่อนการเกิดขึ้นของศาสนาหลักเสียอีก และในเวลาต่อมาก ก็ยังสามารถกลมกลืนกับศาสนาหลักๆได้ อย่างดีเลยทีเดียว เหล่าผี วิญญาณ หรือสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ ตามแต่จะเรียกกันนั้น เชื่อกันว่ามีอิทธิ์ อภินิหารซึ่ง สามารถดลบันดาล ให้ชีวิตของมนุษย์ประสบเรื่องที่ดี เช่น ความร่ำรวย หรือเรื่องที่ร้าย เช่น ความเจ็บป่วย หรือแม้กระทั้งความตาย สำหรับวิธีการติดต่อ สื่อสารระหว่างมนุษย์ กับผีวิญญาณตามความเชื่อดังกล่าว มักปรากฎอยู่ในของการพร่ำบนเวทมนตร์คาถา การถวายสิ่งของ และบูชายัญ ซึ่งมีลักษณะหลากหลายกันไปตามแต่ละท้องที่ โดยพิธีกรรมดังกล่าวจะถูกดำเนินโดยร่างทรง , พ่อมด , หมอผี หรือผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านไสยเวทย์

นอกจากนี้ การเชื่อโชคลาง โหราศาสตร์ และไสยาศาสตร์ในบางเรื่อง จนนำไปสู่การกระทำบางอย่างของผู้เชื่ออาจทำให้ผู้เชื่อมีความรู้สึกสบายใจ จิตผ่อนคลายความเครียด และไม่มีผลกระทบกับชีวิตมากนัก พวกเขาอาจเสียเงินและเวลาในการปฏิบัติตามความเชื่อเพียงเล็กน้อย เช่น การเดินทางไปหาหมอดู การแก้กรรมโดยการปล่อยนกปล่อยปลา หรือการปฏิบัติธรรมสงบจิตใจของตนเองด้วยสมถะกรรมฐานหรือเจริญสติสมาธิ เป็นต้น

ในสังคมไทยความเชื่อเรื่องภูตผี ปีศาจสร้างผลกระทบกับชีวิตผู้คนอย่างมหาศาล เช่น หากชาวบ้านเชื่อว่าใครเป็นผีปอบ พวกเขาก็จะกีดกัน ไม่คบหา ขับไล่ หรืออาจทำร้ายบุคคลดังกล่าว หรือความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณเทพเจ้าหรือกษัตริย์ในตำนานที่เป็นกระแสช่วงหนึ่งในสังคมไทย ได้สร้างความร่ำรวยมหาศาลแก่ผู้เกาะกระแสสร้างวัตถุมงคลในช่วงเริ่มต้น แต่ก็สร้างความหายนะและล้มละลาย กลายเป็นปัญหาสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันแก่คนจำนวนมากที่เข้าไปร่วมในช่วงปลายกระแส ดังที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารการศึกษาของมหาวิทยาลัยบางจังหวัดในภาคใต้ที่สร้างวัตถุมงคลประเภทมหาเทพขาย ก่อนสร้างคาดว่าจะได้กำไร แต่เมื่อสร้างเสร็จกระแสความเชื่อเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์จางหายไปมากแล้ว จึงประสบกับการขาดทุนอย่างมหาศาลจนกลายเป็นปัญหากระทบกับการบริหารของสถานศึกษานั้นในปัจจุบันอย่างรุนแรง

ความเชื่อเรื่องหมอผีในเอเชีย

ความเชื่อในผีสางวิญญาณปรากฏอยู่ทั่วทั้งภูมิภาคดังกล่าวนับตั้งแต่ฝั่งภาคพื้นทวีปทางตอนเหนือจรดลงมาถึงดินแดนคาบสมุทรและหมู่เกาะต่างๆ ในฝั่งภาคพื้นสมุทร ในกัมพูชา ชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้กับปราสาทนครวัดเชื่อกันว่าเทวสถานดังกล่าวมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์แกร่งกล้าที่เรียกกันว่า “เนียกตะ” (Neak-Ta) สิงสถิตอยู่ โดยพวกเขาเชื่อในอิทธิฤทธิ์ของวิญญาณดังกล่าวว่า สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้คนให้หายได้ หรือแม้แต่ดลบันดาลให้ปัญหาต่างๆคลี่คลายไปได้ ผ่านการทำพิธีกรรมเข้าทรงโดยหมอผี  เวียดนามซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านก็ปรากฏไว้ซึ่งคติความเชื่อเกี่ยวกับผีสางวิญญาณเช่นกัน พิธีกรรมเลินด่ง (Lên đồng) ยังคงแพร่หลายอยู่ในสังคมเวียดนาม พิธีกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับลัทธิด่าวเหมิวซึ่งเชื่อและเคารพบูชาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ซึ่งส่วนมากเป็นสตรีเพศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวปรากฏอยู่ในรูปของเทพี, พระแม่, รวมไปถึงวีรสตรีในประวัติศาสตร์ของชาวเวียดนาม ลักษณะของพิธีกรรมเลินด่งปรากฏในรูปของการเข้าทรงที่มาพร้อมกับการร่ายรำและการบรรเลงดนตรีประกอบพิธี สำหรับในไทย ความเชื่อดังกล่าวปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดผ่านศาลขนาดเล็กที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน ในหมู่บ้าน บริเวณสิ่งก่อสร้างต่างๆ หรือใกล้ๆกับต้นไม้บริเวณริมถนน  ศาลดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นที่สิงสถิตย์แก่ผีสางวิญญาณและเพื่อเป็นสถานที่สำหรับกราบไหว้บูชาของเหล่าผู้ที่นับถือซึ่งหวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาบูชาจะดลบันดาลโชคลาภให้แก่เขา โดยลักษณะของการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวที่มักจะพบในรูปของการถวายอาหาร ดอกไม้ รวมไปถึงเครื่องดื่มน้ำอัดลมสีแดงซึ่งส่วนใหญ่แต่งกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ ในขณะเดียวกันที่เมียนมาร์ก็มีการนับถือบูชาวิญญาณซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า นัต  โดยกลุ่มวิญญาณดังกล่าวมีที่มาจากทั้งวิญญาณของคนที่เสียชีวิต สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ รวมไปถึงเทพเจ้าตามคติความเชื่อของศาสนาอื่นๆ

ความเชื่อเกี่ยวกับผีสางวิญญาณหรือสิ่งเหนือธรรมชาติปรากฏอยู่ทั่วทั้งหมู่เกาะในอินโดนีเซีย วัตถุที่ไร้ซึ่งชีวิตจิตใจถูกเชื่อว่ามีอำนาจเวทมนตร์อยู่ภายในสิ่งดังกล่าว นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า สิ่งเหนือธรรมชาติหรืออำนาจไสยเวทย์ต่างๆ สามารถใช้เพื่อทำร้ายผู้คนได้ ความเชื่อดังกล่าวได้นำมาซึ่งทัศนคติที่มองการเจ็บไข้ได้ป่วยของผู้คนในแง่มุมของเรื่องจิตวิญญาณ ซึ่งมองโรคภัยว่าเป็นผลกระทบจากเวทมนตร์คาถาหรือการกระทำของวิญญาณ นอกจากนี้ในอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชวา ความเชื่อผีสางวิญญาณได้หลอมรวมเข้ากับศาสนาอิสลามอันจะเห็นได้พิธีกรรมเกี่ยวกับการสร้างบ้านซึ่งปรากฏพิธีกรรมที่มีการฆ่าแพะเพื่อทำการบูชายัญและหลังจากนั้นก็ทำการฝังซากลงไป ในมาเลเซีย ชาวออรังอัสลีมีความเชื่อที่ว่าในวัตถุบางอย่างหรือพื้นที่บางแห่ง มีวิญญาณหรือผีสางสิงสถิตอยู่  อิทธิพลของความเชื่อในผีสางวิญญาณในมาเลเซียส่งผลให้ความเชื่อเกี่ยวกับบอมอห์ยังคงแพร่หลายในสังคมดังกล่าว คำว่าบอมอห์อ้างถึงผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทย์ โดยเมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวเกี่ยวกับบอมอห์ที่ทำพิธีกรรมเพื่อค้นหาเครื่องบินที่หายสาบสูญไปจนกลายเป็นกระแสในช่วงระยะเวลาหนึ่ง สำหรับดินแดนมาเลเซียบริเวณทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว ที่ซาบาห์ ในหมู่ชาวคาดาซัน-ดูซุนยังคงมีการจัดเทศกาล “กาอามาตัน” ซึ่งเป็นการจัดขึ้นเพื่อบวงสรวงบูชา “กิโนอิงัน” หรือวิญญาณแห่งข้าวที่ซาราวัค ชาวอิบันเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนถือกำเนิดมาจากสิ่งเดียวกัน และเชื่อว่าทุกสิ่งในโลกโล้นเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ทั้งสิ่งที่มองเห็นได้และไม่สามารถมองเห็นได้

สำหรับในฟิลิปปินส์ ความเชื่อในผีสางวิญญาณยังคงปรากฏอยู่แม้จะไม่มากเท่าครั้งเมื่อศาสนาหลักอาทิ คริสต์ศาสนาและอิสลามยังไม่เผยแผ่เข้ามาในฟิลิปปินส์  ความเชื่อดังกล่าวเชื่อว่าในโลกมีสิ่งที่เหนือธรรมชาติและผีสางวิญญาณปรากฏอยู่ ซึ่งมีทั้งดีและชั่ว แม้รายละเอียดเกี่ยวกับวิถีปฏิบัติจะแตกต่างกันไปตามกลุ่มชาติพันธุ์ จุดร่วมของลักษณะเกี่ยวกับการนับถือผีสางวิญญาณในฟิลิปปินส์ยังคงผูกติดอยู่กับ เวทมนตร์ คาถา ผู้ใช้ไสยเวทย์ ผู้ที่ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญในเวทมนตร์จะได้รับความเคารพยำเกรงจากคนในชุมชน  ในเขตวิซายายังปรากฏความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลึกลับต่างๆ อาทิ ผีดูดเลือดหรือ อัสวัง (Aswang) ดูเวนเด (Duwende) หรือคนเคระ และงูทะเลยักหรือบาโกนาวา (Bakonawa) อย่างไรก็ตาม แม้ว่าศาสนาหลักได้เข้ามามีบทบาทในด้านความเชื่อต่อชาวฟิลิปปินส์ อิทธิพลของความเชื่อในผีสางวิญญาณและสิ่งเหนือธรรมชาติก็ยังคงปรากฏอย่างผสมปะปนกับการนับถือศาสนาหลักในดินแดนดังกล่าว

ความเชื่อเรื่องหมอผีในยุโรป

การไล่ผีมีบทบาทสำคัญในการรักษาคนไข้ซึ่งเป็นโรคทางจิตมาตั้งแต่ยุคสมัย “อัสสิเรีย” คนยุคนั้นเชื่อกันว่าการที่คนไข้ตระหนกตกใจอย่างหนักคล้ายคนบ้านั้นเป็นเพราะปีศาจร้ายสำแดงตนขึ้น จึงต้องมีการกำหนดบทบาทของ “หมอผี” และกำหนดพิธีการรักษาที่เรียกว่า “การไล่ผี” ขึ้น แม้แต่ในคัมภีร์ไบเบิล พระคริสตธรรมคัมภีร์ใหม่ก็ยังคงรักษาลักษณะของการไล่ผีปีศาจ (Major Exorcism) ไว้ เพื่อปัดเป่าสิ่งที่ขัดขวาง และไปอยู่ในความคุ้มครองของพระเจ้า โดยประมวลคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 352 กำหนดไว้ว่า ‘การไล่ผีปีศาจสามารถปฏิบัติได้โดยพระสงฆ์ที่ได้รับอนุญาตจากพระสังฆราชเท่านั้น’ (เชื่อว่าคนที่ไม่ได้รับอนุญาตเมื่อนำไปใช้จะเป็นอันตรายต่อตัวเองและคนรอบข้าง)

สำหรับการไล่ผีแบบฝรั่ง มักจะอาศัยคัมภีร์ไบเบิล คำสวดมนต์ และไม้กางเขนเป็นหลัก บางครั้งอาจใช้น้ำมนต์เข้ามาประกอบพิธีด้วย โดยผีหรือปีศาจร้ายตามความเชื่อของฝรั่ง ในทัศนะของ ดร.คอนราด เจอริปมานน์ นักเทววิทยาและผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเทววิทยาและภูตผีวิญญาณแห่งกรุง เวียนนา ประเทศออสเตรีย กล่าวว่า ปีศาจหลุดจากการถูกคุมขังในนรกตั้งแต่วันฮาโลวีน ค.ศ.1974 นั้น มีอยู่ 6 ตนที่ชอบเข้าสิงมนุษย์ ได้แก่

อัสโมดีอุส (Asmodeus)
อัสโมดีอุส (Asmodeus)

คัมภีร์ไบเบิลของชาวคริสต์ ระบุว่า อัสโมดีอุสถูกยกเป็นเจ้าของปีศาจร้าย ชอบกินเลือด และเนื้อของมนุษย์ เขาเคยเป็นถึงหัวหน้าทูตสวรรค์แต่เพราะผิดศีลจึงถูกลงโทษส่งมาอยู่ในโลกมนุษย์ ลักษณะของอัสโมดีอุสจะน่าเกลียดน่ากลัว มีปีกใหญ่ รูปร่างเตี้ยแคระ ถ้าแปลงเป็นชายก็จะมีตัณหาราคะมากจนทรยศภรรยาไปมีผู้หญิงอื่น ถ้าแปลงเป็นหญิงก็จะเป็นหญิงแพศยามากไปด้วยกามารมณ์

เบลฟีกอร์ (Belphegor)

ผีนรกระดับหัวหน้า มักจะปรากฏตัวเป็นพระชาวยิวแก่ๆ มีนิสัยเกลียดผู้หญิง บางครั้งก็แปลงร่างเป็นผู้หญิงสาวสวย เพื่อมีเซ็กซ์กับผู้ชาย เมื่อแต่งงานจะเข้า ครอบงำชายคนนั้น ลักษณะของเบลฟีกอร์จะมีเกล็ดทั้งตัว รูปร่างพิการ มีเขาอยู่บนหัว มีเคราเหมือนแพะ

แซมมาเอล (Sammael)
แซมมาเอล (Sammael)

เป็นผีระดับจอมภูต เดิมเคยเป็นทูตสวรรค์ทำหน้าที่แบกอุปกรณ์ประหารชีวิตผู้ทำผิดกฎสวรรค์ ลักษณะของแซมมาเอลมีปีกใหญ่เหมือนค้างคาว มีเขาบนหัว

Beelxebub
บีลเซบับ (Beelxebub)

คัมภีร์ไบเบิลระบุว่า เป็นเจ้าชายแห่งความชั่วร้าย ชอบกินเลือดเนื้อมนุษย์ จึงได้รับการขนานนามอีกชื่อว่า เจ้าแห่งแมลงวัน บางครั้งจะชอบหลอกหลอนสิงสู่ในร่างของเด็ก (ในภาพยนตร์ดิเอ็กโซซิสต์ก็คือผีตัวนี้ที่เข้าไปสิงในร่างเด็กที่แสดงนำ) ลักษณะของบีลเซบับจะมีเขางอกบนหัวสองเขา มีวงกลมไฟบนหน้าผาก มีปากคล้ายค้างคาว เท้าเหมือนตีนเป็ด หางเหมือนสิงโต ร่างปกคลุมด้วยขนแข็งหนาสีดำ

การขับไล่ปีศาจ เหล่านี้หมอผีจะกระทำ พิธีขับไล่แตกต่างกันไป เช่น การขับไล่ปีศาจอัสโมดีอุส หมอผีจะทำการเผาหัวใจและตัวของมันด้วยไม้กฤษณา, การขับไล่ปีศาจแซมมาเอลนั้น หมอผีจะต้องถอดมงกุฎที่ครอบหัวมันออก ให้ได้ ส่วนการป้องกัน ปีศาจบีลเซบับเข้าบ้าน จะต้องใช้พวงกระเทียมสดแขวนไว้เหนือหน้าต่างประตูทุกบาน หรือใช้เกลือโรยไว้รอบบ้าน แต่ถ้ามันเข้าบ้านไปแล้วจะต้องย้ายไปอยู่โบสถ์หรือวัดเท่านั้น

ในปัจจุบันการขับไล่ผีจะอาศัยนักบวชหรือพระมาขับไล่ผีให้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการบางรายลงทุนตั้งบริษัทขับไล่ผีขึ้นมา โดยบางแห่งมีลูกค้าเป็นคนดังระดับโลก อาทิ เลดี้กาก้า ซึ่งเชื่อว่าเธอถูกผีร้ายตามรังควาน จนถึงกับลงทุนจ้างบริษัทกำจัดผีให้คอยขับไล่ผี ปัดรังควานสถานที่ก่อนเธอเปิดการแสดง งานนี้ก็ไม่ทราบว่าเธอถูกผีหลอกจริงหรือถูกคนหลอกกันแน่

อ่านบทความเพิ่มเติม : GEM SAVIOUR CONQUEST
อ่านบทความเพิ่มเติม : แนะนำเกมสล็อต ROMA