ตำนานเรื่องเล่าของแดร็กคูล่า

ตำนานเรื่องเล่าของแดร็กคูล่า

ตำนานเรื่องเล่าของแดร็กคูล่า คือตำนานที่ถูกเล่าขานมานานจนถึงในปัจจุบัน ของเจ้าชายผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเขาเป็น แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด แต่เมื่อไรที่กล่าวถึง แดร็กคูล่านั้น คนส่วนมากจะจินตนาการถึงเจ้าชาย ผู้ซึ่งใส่เสื้อคลุมยาวสีดำ มีเขี้ยวที่แหลมคม และตื่นขึ้นมาตอนกลางคืนซึ่งภาพเหล่านั้น คือจินตนาการจากภาพยนตร์ที่ถูกถ่ายทอดออกมา

แต่ในความเป็นจริงแล้ว แดร็กคูล่ามีตัวตนอยู่จริงในยุคสมัยกลาง มีพระนามว่า เจ้าชายวล้าดที่ 3 มีต้นกำเนิดมาจากประเทศโรมาเนีย ที่ซึ่งผู้คนกล่าวครวญกันว่าเป็นประเทศแห่งตำนาน และความลี้ลับเจ้าชายวล้าดที่ 3 ( แดร็กคูล่า ) หรือที่รู้จักในนาม วล้าด เทเปส (Vlad Tepes) มีพระนามอื่นอีก นั่นคือ วลาดิสลาฟ ดรากูลา เกิดเมื่อปีค.ศ.1431 เป็นบุตรชายคนกลางของเจ้าชายวล้าดที่ 2 ดรากูล ได้ถือกำเนิดในดินแดนวาลาเชียหรือโรมาเนียในปัจจุบัน

ต้นตระกูลของเจ้าชายวล้าดที่ 3 คือเจ้าชายบาซาราบมหาราช ผู้กอบกู้เอกราชแคว้นวาลาเชียจากฮังการีในปีค.ศ.1310 และปกครองวาลาเชียในช่วงปี ค.ศ. 1310 – 1352″แดร็กคูล่า” เป็นนามที่ได้มาจาก เจ้าชายวล้าดที่ 1 ซึ่งเป็นนักรบที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จากการได้สู้รบที่ไม่กลัวชนเผ่าเติร์กนั่นเองค่ะ

จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งจากพระจักรพรรดิซิกิสมุนด์ แห่งนูเรมเบิร์ก ให้เป็น “อัศวินมังกร” (Knight of Dragon’s Order) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตกทอดถึงทายาทด้วย และบุตรชายคนที่ 2 ของเจ้าชายวล้าดที่ 1 ได้รับฉายาว่า “แดร็กคูล่า” หมายถึง “บุตรของมังกร ( Son of Dragon )” ในขณะที่ฝ่ายเยอรมันแซ็กซอน ศัตรูอีกฝ่ายหนึ่งของวาลาเชีย เรียกว่า “บุตรของปีศาจ”

ตำนานเรื่องเล่าของแดร็กคูล่า

ในวัย 13 พรรษานั้น แดร็กคูล่าถูกส่งไปอยู่เอเดรียนโนเปิลนาน 4 ปีเพื่อเป็นตัวประกันภายใต้จักรวรรดิออตโตมันในฐานะประเทศราช ซึ่งการสืบราชบัลลังก์ของราชวงศ์วาลาเชียไม่ได้มีกฎตายตัวว่าต้องสืบราชบัลลังก์ตามสายเลือดหรือตามลำดับรัชทายาท แต่มาจากการเลือกตั้งโดยเหล่าขุนนางผู้เป็นเจ้าของที่ดินตระกูลต่างๆ

ดังนั้นจึงได้เกิดศึกชิงบัลลังก์ และลอบสังหารกันบ่อยครั้ง ต่อมาเมื่อพระราชบิดาของพระองค์คือ เจ้าชายวล้าดที่ 2 และพระเชษฐา เจ้าชายเมียร์ชาที่ 2 (Mircea II) ถูกพวกขุนนางภายใต้สังกัดฮังการีปลงพระชนม์ในค.ศ. 1447 จักรวรรดิออตโตมันจึงพยายามกำจัดอิทธิพลของฮังการีโดยการส่งกองทัพมายึดวาลาเชีย และตั้งแดร็กคูล่าในวัย 17 พรรษา เป็นเจ้าชายผู้ครองรัฐภายใต้อาณัติ แห่งจักรวรรดิออตโตมัน

แต่ว่าแดร็กคูล่านั้น ก็ต้องสูญเสียบัลลังก์ท่ามกลางความโหดร้ายของสงคราม ที่ญาติพี่น้องถูกสังหาร ประกอบกับการที่เติบโตมาในช่วงสงคราม แดร็กคูล่าสะสมความกลัวและความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความโหดเหี้ยมและเลือดเย็น  ในปี ค.ศ.1456 แดร็กคูล่าก็กลับมาทวงบัลลังก์ได้อีกครั้งหนึ่ง และครองวาลาเชียในนามเจ้าชายวล้าดที่ 3 ตั้งเมืองหลวงชื่อทีร์โกวิสต์ สร้างปราสาทและรูปปั้นของตนเองไว้ในเมือง

ซึ่งพระองค์นั้นได้รับปรัชญาในการปกครองนี้มาในสมัยที่พระองค์ไปอยู่กับจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งเชื่อว่ากษัตริย์ที่ดีคือกษัตริย์ที่คนกลัว มิใช่กษัตริย์ที่คนรักจากการออกนโยบายปกครองแบบปิดประเทศ บวกกับรสนิยมส่วนตัวที่ชอบความรุนแรงนั้น ทำให้แดร็กคูล่าบริหารความโหดเหี้ยมของตนได้อย่างเต็มที่

มีเรื่องเล่าว่าเจ้าชายองค์นี้เชิญขอทาน คนแก่ และคนที่เจ็บป่วยเข้าวังแล้วตั้งคำถามว่า ท่านอยากเป็นคนที่ถูกละเลยและทอดทิ้งหรือไม่? เมื่อชาวบ้านตอบว่า ไม่ แดร็กคูล่าจึงเผาคนกลุ่มนี้ให้ตายทั้งเป็น ด้วยเหตุผลว่าจะได้ไม่มีคนแก่ คนจนหรือคนมีปัญหาในประเทศอีก และว่ากันว่าในช่วงรัชสมัยของพระองค์จนถึงปี ค.ศ.1462 พระองค์ได้สังหารประชาชนที่ไร้ทางสู้ไปราว 40,000 – 100,000 คน

ในจำนวนนี้หลายครั้ง ที่พระองค์เสวยพระกระยาหาร และชมการประหารชีวิตแบบโหดร้าย โดยนำร่างของนักโทษหรือศัตรู ไปเสียบเหล็กแหลมจนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและดิ้นทุรนทุรายจนขาดใจตายในที่สุด และฟังเสียงร้องขอชีวิตจากเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายราวกับฟังเสียงดนตรีกล่อมประสาท ด้วยเหตุนี้เองทำให้พระองค์ได้รับฉายาว่า “วล้าด นักเสียบ” ( Vlad the Impaler )

ตำนานเรื่องเล่าของแดร็กคูล่า

ในปี ค.ศ.1476 ระหว่างที่ถูกทัพเติร์กโจมตี แดร็กคิวล่าเสียชีวิตที่บูคาเรสต์ เชื่อว่าผู้สังหารคือคนของพระองค์เอง กษัตริย์ของเติร์กสั่งให้ตัดศีรษะของแดร็กคูล่าแขวนไว้ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ส่วนร่างแยกไปฝังที่เกาะของตระกูลสนากอฟ ที่แดร็กคูล่าเคยอุปถัมภ์

แต่ภายหลังที่มีการขุดค้นอุโมงค์ในปี ค.ศ.1931 กลับไม่พบโลงศพของแดร็กคูล่า จึงทำให้เกิดเรื่องราวเล่าขานที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นต่อมาได้มีนักเขียนชาวไอริชนามว่า บราม สโตเกอร์ ได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องแดร็กคูล่า ซึ่งเป็นนวนิยายเรื่องที่ 5ของเขานี้มาจากประวัติศาสตร์ของเจ้าชายนักรบชื่อ วล้าด เทเปส และความเหี้ยมโหดของพระองค์ มาผูกเรื่องกับ “ท่านเคาท์แดร็กคูล่า” ซึ่งเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมา

โดยลักษณะที่กลางวันนอนในโลงศพนั้น และกลางคืนลุกขึ้นมาดูดเลือดเหยื่อที่มักเป็นสาวสวย จากนิยายสยองขวัญก็ได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ผู้คนได้จดจำ วล้าด นักเสียบในฐานะแดร็กคิวล่า ผู้กระหายเลือดอย่างไรก็ตามแดร็กคูล่า หรือ เจ้าชายวล้าดที่ 3 ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นซาตานกลับชาติมาเกิด ก็ไม่ได้เป็นแวมไพร์หรือผีดูดเลือดตามที่ได้เห็นได้อ่านกันในภาพยนตร์หรือนวนิยาย

แต่พระองค์กลับเป็นเจ้าชาย ที่เป็นนักรบและนักปกครองที่กระหายเลือดเป็นอย่างมากนั่นเอง เพราะตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ได้ประหารประชาชนไปอย่างมากมาย แม้ว่า แดร็กคูล่าจะมีด้านที่โหดร้าย แต่เขาก็เป็นกษัตริย์ที่เด็ดขาดและมีระเบียบวินัยมาก แต่ในที่สุดผลกรรมที่เจ้าชายทำไว้ก็คืนสนอง เพราะเมื่อพระองค์ออกไปสู้รบกับข้าศึก ก็ถูกข้าศึกสังหารและตายในสนามรบในที่สุด

เคล็ดลับการรับโบนัสสล็อตที่ดีที่สุด เป็นเคล็ดลับการหาเงินทางออนไลน์ จากเกมสล็อต ที่จะช่วยให้ผู้เล่นนั้นได้เงินมากขึ้นจากเดิม เพื่อให้ผู้เล่นได้เข้าใกล้และลุ้นรับจากรัลแจ็ตพอต รางวัลที่ใหญ่ที่สุดในเกมสล็อต

บทความที่น่าสนใจ : เครื่องนำโชค สุดปังจากแดนอาทิตย์อุทัย